Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
14 February 2015 4224

สัมมนา: ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย1

สัมมนา: ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

ชื่อโครงการสัมมนา: ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

หลักสูตรสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

ที่มาและความสำคัญ

สภาพปัญหาปัจจุบันเรื่องของการข่มขืนในไทยเป็นเรื่องที่ระบาดหนักมากและเพิ่มทวีความรุนแรงเนื่องด้วยสิ่งล่อยุหลายๆอย่างที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดการข่มขืนมากขึ้น และเมื่อมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืนมากขึ้น คนในสังคมก็ต่างออกมาร้องเรียกให้แก้ไขกฎหมายให้ ข่มขืน=ประหาร ทางกลุ่มจึงอยากจัดสัมมนาเรื่องข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทยจากสภาพปัญหาในสังคมปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มการก่อเหตุมากขึ้นทุกวันอย่างเห็นได้ชัดจากการนำเสนอของสื่อต่างๆมากมายทั้งจากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งปัญหาอาชญากรรมที่พบมากในประเทศไทย คือ ปัญหาการข่มขืนไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือ ผู้สูงอายุ ต่างก็ตกเป็นเป้าที่จะถูกข่มขืนได้ทั้งนั้นปัญหาอาชญากรรมเป็นสิ่งที่ทำลายความสงบสุขของประชาชนและสังคมโดยรวมเนื่องจากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินทำให้ประชาชนเกิดความกลัวและหวาดระแวง มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยการกระทำผิดทางอาญานั้น ได้กระทำขึ้นโดย“อาชญากร” เช่น คดีฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกาย ข่มขืนกระทำชำเรา ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ เป็นต้น

ดังนั้นรัฐจึงจำเป็นที่ จะต้องมีมาตรการป้องกันสังคมให้ สงบสุขโดยมี การตรากฎหมายกำหนดบทลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดแต่การลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นจะลงโทษหนักหรือเบานั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมก่อเหตุและสภาพความผิดที่หนักหรือเบาโดยเชื่อว่าการลงโทษผู้กระทำผิดนั้นจะก่อให้เกิดผลดีต่อความสงบของสังคมอันจะทำให้อาชญากรรมลดลงการลงโทษผู้ กระทำความผิดหรือ อาชญากรนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีซึ่งโทษตามประมวลกฎหมายอาญานั้นมีอยู่ 5 ประเภทคือประหารชีวิตจำคุกกักขังปรับริบทรัพย์สินแต่การลงโทษที่ถือว่าเป็นการกำจัดผู้กระทำความผิดหรืออาชญากรออกไปจากสังคมที่รุนแรงที่สุดคือ “โทษประหารชีวิต” ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ยังคงมีการลงโทษประหารชีวิตแม้ว่าการลงโทษประหารชีวิตจะขัดต่อศีลธรรมหลักศาสนาก็ตามแต่ในขณะเดียวกันนั้นโทษนี้ก็มีข้อดีอยู่หลายประการการลงโทษประหารชีวิตนั้นเป็นเป็นหน้าที่ของรัฐในการปกป้องและคุ้มครองประชาชนและยังมีอำนาจบังคับทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันโทษประหารไม่ได้มีผลในลักษณะที่ทำให้คนยับยั้งชั่งใจได้ นอกจากนั้น ผู้ที่วางแผนล่วงหน้าที่จะก่ออาชญากรรมร้ายแรง ก็ยังเลือกที่จะกระทำความผิดนั้นต่อไปแม้จะมีความเสี่ยงจากโทษประหาร เพราะเขาเชื่อว่าจะสามารถหนีรอดจากการถูกจับกุมตัวได้การไม่มีหลักฐานอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าโทษประหารมีผลในเชิงป้องกันอาชญากรรม ชี้ให้เห็นถึงความไร้ประโยชน์และอันตรายจากการเชื่อในสมมติฐานเรื่องผลในเชิงป้องกัน และนำข้อมูลนั้นมากำหนดนโยบายใช้โทษประหารของรัฐ มิหนำซ้ำยังจะเป็นผลทางตรงข้ามดังข้อคิดเห็นของนักโทษประหารชีวิตดังนั้นโทษประหารจึงเป็นการลงโทษที่รุนแรงต่อชีวิต แต่ไม่มีผลรุนแรงต่อการลดจำนวนของอาชญากรรม

วัตถุประสงค์ของโครงการ 

1. เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนโทษประหารและการข่มขืน(ยกเลิกโทษประหาร)

2.เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชนโทษประหารและการข่มขืน

กำหนดการ โครงการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  อาคาร 30

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

 

วันที่ 18 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558

กิจกรรมส่วนที่ 1    ณ ลานกิจกรรมใต้อาคาร

เวลา 09.00น.-15.00น.                            นิทรรศการ เรื่องสิทธิมนุษยชน โดย องค์การนิรโทษกรรมสากล(Amnesty International Thailand)

กิจกรรมส่วนที่ 2 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  อาคาร 30

เวลา 12.30น.- 13.00น.                           ลงทะเบียน ณ ห้องประชุม1 ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาคาร 30

เวลา 13.00น. – 13.30น.                         พิธีเปิด โครงการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีเปิดโดย นายธนพล งอกโพธิ์ประธานโครงการ

กล่าวเปิดโครงการ โดย ผศ.ถนอม  เลขาพันธ์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

อ่านบทกวี เพื่อสิทธิมนุษยชน โดย อาจารย์สุธาทิพย์ โมราลายหลักสูตรไทยศึกษาบูรณาการ สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เวลา 13.30น. – 15.00น.                         รับฟังการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

โดย  อาจารย์อันธิฌา แสงชัย ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีและ อาจารย์วิทยา  อาภรณ์  สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เวลา 15.00น. – 15.10น.                         รับประทานอาหารว่าง

เวลา 15.10น. – 15.40น.                         วิทยากรและผู้เข้าร่วมโครงการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

เวลา 15.40น. – 16.00น.                         กล่าวปิดโครงการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

โดย อาจารย์มานะ  ขุนวีช่วย

*หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

 

 

Recent Articles